น่าน เมืองเงียบกลางขุนเขาที่ซ่อนภูมิปัญญาสมุนไพรเอาไว้ทั้งจังหวัด
พูดถึงจังหวัดน่าน หลายคนอาจนึกถึงภูเขาสวยๆ หมอกยามเช้า หรือคาเฟ่ชิลๆ ริมดอย แต่รู้ไหมครับว่าลึกลงไปกว่านั้น น่านเป็นจังหวัดที่มี "ภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นถิ่น" ฝังรากลึกอยู่แบบเงียบๆ มานานมาก ทั้งพืชหายากระดับโลก ตำรายาเก่าแก่ที่ส่งต่อกันมาเป็นร้อยปี ไปจนถึงชุมชนที่ยังเอาสมุนไพรมาแปรรูปขายจริงในปัจจุบัน วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาเดินป่าดอยภูคาแบบเบาๆ ผ่านตัวหนังสือ แล้วมารู้จักสมุนไพรของน่านกันครับ เชื่อว่าหลายเรื่องคนน่านเองก็อาจจะยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
ชมพูภูคา ต้นไม้หนึ่งเดียวในโลกที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
เริ่มกันที่พระเอกของเรื่องนี้เลยครับ ชมพูภูคา (Bretschneidera sinensis) ต้นไม้ที่ถ้าพูดกันตามหลักพฤกษศาสตร์แล้ว มันคือ "หนึ่งเดียวในวงศ์" ของตัวเองเลยนะครับ หมายความว่าทั้งโลกนี้ไม่มีต้นไม้ชนิดไหนอยู่ในวงศ์เดียวกับมันอีกแล้ว แปลกและหายากขนาดนี้เลยเชียว
ที่สำคัญคือ ชมพูภูคาแทบจะพบได้เฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เท่านั้น (มีประชากรเล็กๆ อีกนิดหน่อยในจีนตอนใต้ ไต้หวัน และเวียดนามเหนือ) พูดง่ายๆ คือถ้าอยากเห็นต้นไม้ชนิดนี้ในธรรมชาติ ประเทศไทยมีที่เดียวคือที่น่านนี่แหละครับ ถือเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่หายากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
ทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ชมพูภูคาจะออกดอกเป็นช่อสีชมพูอมขาวสวยงามมาก กลายเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวและคนรักธรรมชาติแห่กันขึ้นดอยภูคาไปชมกันเลยครับ แต่ขอย้ำตรงนี้นะครับว่าชมพูภูคาเป็นไม้หายากเชิงอนุรักษ์ ไม่ใช่สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาแต่อย่างใด คุณค่าของมันอยู่ที่ความเป็นของหายากและสัญลักษณ์ความหลากหลายทางชีวภาพของดอยภูคามากกว่าครับ
ใบหมี่ สมุนไพรสระผมของคนน่านที่กลายเป็นสินค้า OTOP จริงจัง
มาที่พืชตัวที่สองที่คนน่านและคนเหนือหลายจังหวัดคุ้นเคยกันดี นั่นคือ ใบหมี่ (Litsea glutinosa) ครับ คนล้านนาแต่ก่อนมีชื่อเรียกท้องถิ่นว่า "ตังสีไพร" หรือ "มะเน้อ" ก็มีนะครับ
ภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนแถบนี้คือเอาใบหมี่มาขยี้หรือตำแล้วใช้สระผม ครับ มีความเชื่อแบบพื้นบ้านกันมาว่าช่วยลดผมร่วง ลดรังแค บรรเทาอาการคันหนังศีรษะ และช่วยกำจัดเหาได้ด้วย แต่ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่านี่คือความเชื่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สืบทอดกันมา ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางการแพทย์นะครับ ใครสนใจอยากลองก็ควรทำความเข้าใจตรงนี้ก่อน
สิ่งที่เจ๋งคือทุกวันนี้ใบหมี่ไม่ได้อยู่แค่ในความทรงจำแล้วครับ เพราะมันถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP จริงจัง คือ "แชมพูใบหมี่-อัญชัน" ที่ผลิตกันในจังหวัดน่านนี่เอง เอาสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมาแต่โบราณมาแปรรูปให้ใช้งานง่ายขึ้น เป็นตัวอย่างที่ดีของการเอาของเก่ามาต่อยอดให้อยู่กับยุคสมัยครับ
ลุบลิบ สมุนไพรน้อยคนรู้จักที่นักวิจัยจับตามอง
อีกชนิดหนึ่งที่อยากพูดถึงคือ ลุบลิบ ครับ เป็นไม้เถาตระกูลถั่ว หน้าตาคล้ายๆ อัญชัน ใบเป็นใบประกอบสามใบย่อย ดอกสีชมพูอ่อนๆ ฝักมีขนปกคลุม มักขึ้นอยู่ตามชายป่าเบญจพรรณหรือริมลำธาร ที่ระดับความสูงประมาณ 200-700 เมตร พบได้ในหลายจังหวัดภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน น่าน และมีรายงานพบที่จันทบุรีด้วยครับ
ลุบลิบถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลการจัดการองค์ความรู้สมุนไพร (HKM) ในฐานะพืชสมุนไพรพื้นถิ่นของน่านโดยเฉพาะเลยครับ แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่าข้อมูลเชิงลึกเรื่องสรรพคุณหรือวิธีใช้แบบดั้งเดิมของมันยังค่อนข้างจำกัดมาก ในตอนนี้เลยขอเล่าไว้เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนของ "คลังภูมิปัญญาสมุนไพรน่าน" ที่นักวิจัยให้ความสนใจ มากกว่าจะเล่าสรรพคุณที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนนะครับ
ตำรายาโบราณ 700 ปี มรดกที่ยังมีลมหายใจอยู่จริง
เรื่องที่ผมว่าน่าทึ่งที่สุดของน่านคือเรื่องนี้เลยครับ น่านมีตำรายาโบราณ ที่สืบทอดกันมาในลักษณะ "ตำราตระกูล" ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นภายในครอบครัวและชุมชน ใช้เป็นคู่มืออ้างอิงด้านสมุนไพรของบ้านและหมู่บ้านมานานมาก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีการหยิบตำรานี้มาอ้างอิงใช้งานอยู่จริง อย่างเช่นแบรนด์สมุนไพร "หญ้ายา" ของน่านเองก็อ้างอิงองค์ความรู้จากตำรายาแบบนี้ครับ
ในตำรับที่ว่านี้จะพูดถึงสมุนไพรอย่าง พรมมิ (Bacopa monnieri) ฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata) และหญ้าเอ็นยืด ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปในหลายภูมิภาคของไทย ไม่ใช่พืชเฉพาะถิ่นของน่านแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทำให้น่านพิเศษคือความต่อเนื่องของการสืบทอดองค์ความรู้ ผ่านตำรายาแบบนี้ต่างหากครับ ที่ยังคงมีการใช้งานและอ้างอิงกันมาอย่างไม่ขาดสาย เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่หายากไม่แพ้ต้นไม้หายากเลยนะผมว่า
บ้านน้ำเกี๋ยน ตัวอย่างชุมชนที่เอาสมุนไพรมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ถ้าใครอยากเห็นภูมิปัญญาสมุนไพรของน่านแบบจับต้องได้ ไม่ต้องพูดลอยๆ ผมแนะนำบ้านน้ำเกี๋ยน ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง เลยครับ ที่นี่เป็นชุมชนต้นแบบด้าน "ชีววิถี" ที่เอาสมุนไพรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ทั้งสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน เพื่อลดการใช้สารเคมีในครัวเรือนและลดค่าใช้จ่ายไปในตัว
ที่เจ๋งกว่านั้นคือชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยนไม่ได้หยุดแค่ใช้เองครับ แต่ยังพัฒนาต่อจนกลายเป็นแหล่งอบรมถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชนอื่นๆ ด้วย แถมยังมีผลิตภัณฑ์ขายจริง อย่างแชมพูใบหมี่-อัญชัน ที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ กับครีมบำรุงผิวน้ำนมข้าว ก็มาจากที่นี่เหมือนกันครับ ใครมีโอกาสแวะน่าน ลองหาโอกาสไปเยี่ยมชมดูก็น่าสนใจดีนะ
น่าน เมืองสมุนไพรลำดับที่ 16 ของไทย
อีกเรื่องที่อยากเล่าไว้สั้นๆ คือ น่านได้รับการประกาศให้เป็น"เมืองสมุนไพร" ลำดับที่ 16 ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติครับ ถือเป็นการยืนยันอีกทางหนึ่งว่าองค์ความรู้และทรัพยากรสมุนไพรของน่านที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่าลอยๆ แต่เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับนโยบายจริงๆ
ปิดท้าย
จากต้นไม้หายากระดับโลกอย่างชมพูภูคา ไปจนถึงใบหมี่ที่กลายเป็นแชมพูขายจริง ตำรายาโบราณที่ยังถูกอ้างอิงใช้งาน และชุมชนอย่างบ้านน้ำเกี๋ยนที่พิสูจน์ว่าภูมิปัญญาแบบนี้ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน น่านเงียบๆ แต่มีเรื่องราวสมุนไพรที่ลึกและน่าเคารพจริงๆ ครับ อยากให้ทุกคนมองภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบนี้ด้วยสายตาที่ให้เกียรติ เพราะกว่าจะสั่งสมมาได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ
สุดท้ายนี้ขอย้ำอีกครั้งว่าเนื้อหาทั้งหมดในบทความนี้เป็นการเล่าเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นและความเชื่อดั้งเดิม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์นะครับ หากสนใจเรื่องสมุนไพรเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์แผนไทยหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะปลอดภัยที่สุดครับ